บทที่ 9 9 - มีอะไรดีดี

ตอนที่ 9 มีอะไรดีดี

เมื่อเพื่อนทั้งสองของหมอโปรดกลับออกไปแล้ว หมอโปรดก็เดินเข้าไปที่ห้องนอนของเขาที่มีปิ่นลดา อยู่ทันที

ทันที ที่เปิดประตูเข้าไปก็พบหญิงสาวนอนอยู่บนเตียง แล้วรีบสาวเท้ายาวเดินไปหาทันที มือหนากำลังจะเอื้อมมือไป

"จะทำอะไรค่ะ?" ปิ่นลดาเอ่ยขึ้นก่อน

"อยู่เฉยๆ จะเช็คดูว่ายังมีไข้หรือเปล่า" เอ่ยเสียงก็มือไปแตะหน้าผากดูทันที "ไม่มีไข้แล้ว กินยานี้ก่อน" หมอโปรดเอ่ย พร้อมกับยื่นยาเม็ดเล็กๆสีขาวให้ ที่มีสองอยู่ในแผง

"..." ปิ่นลดาเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย

"ยาคุมฉุกเฉิน...ถ้าอยากมีลูกก็ไม่ต้องกินก็ได้น่ะ" หมอโปรดเอ่ยบอก พร้อมกับเอ่ยแหย่ๆเชิงประชดเล็กน้อย

"ต่อไปก็ทานแบบรายเดือนเอา...ยาคุมฉุกเฉินมันอันตราย"

ปิ่นลดารับยามา และกินลงไปอย่างว่าง่ายทันที ใครจะอยากมีลูกตอนนี้ล่ะ ในเมื่อเธอพึ่งจะเรียนจบเอง แล้วน้องทีมก็ยังเล็ก ใครจะดูน้องทีมอีก ถ้าหากว่าหมอโปรดเฉียดหัวเธอสองน้องไป ใครจะดูแลน้อง เธอคิดแค่เพียงว่าน้องยังเด็ก ไม่มีใครเลี้ยง ถ้าหากเธอท้องตอนนี้ แล้วพวกเธอจะทำอย่างไรต่อ

"จะทำอะไร?" ปิ่นลดาเอ่ยท้วงเมื่อ หมอโปรดดันหลังเธอลงไปนอนกับที่นอน

"แค่จะดู...ว่าหายบวมยัง?" เอ่ยบอกพร้อมกับเลิกกระโปรงชุดนอนเธอขึ้นทันที

ปิ่นลดา หน้าแดง รู้สึกอายไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่หลับตาลง นอนนิ่งและหันหน้าไปทางอื่น

"หายบวมเเล้ว...แค่ยังแดงอีกนิดหน่อย...อย่าลืมกินยาแก้อักเสบด้วยล่ะ" เอ่ยบอกเสร็จก็ดึงกระโปรงลงมาปิดเนินสาวไว้เหมือนเดิม แล้วตัวเองก็คลายเขาขึ้นไปหาหญิงสาวที่นอนหลับตาอยู่

"ลืมตาได้แล้ว" เสียงเอ่ยพร้อมลมหายใจอุ่นๆที่รดใบหน้าของเธอ

"หมะ หมอ...เสร็จเเล้วก็ลุกออกไปสิค่ะ มาคร่อมปิ่นไว้ทำไม...ปิ่นจะไปหาน้องทีม"

"ไม่ต้องห่วงน้องหรอก เอาตัวเองให้รอดก่อน เมื่อคืนน้องทีมก็มานอนที่นี่แหล่ะ ตอนนี้เล่นของเล่นอยู่" เสียงทุ้มเอ่ยตอบแบบไม่ได้สนใจอะไร

"อะไรนะคะ น้องทีมนอนที่นี่" ปิ่นลดาได้แต่เลิกคิ้วสงสัย

"ก็เออน่ะสิ...ทำไม"

"ก็หมอ...เคยบอกว่าไม่ให้ใครเข้ามาในพื้นทีส่วนตัวของหมอ"

"เธอกับน้องทีม คือข้อยกเว้น"

"..." เมื่อหมอโปรดพูดไปอย่างนั้น ปิ่นลดาก๋เงียบไปทันที

เมื่อเห็นปิ่นลดาเงียบไม่เอ่ยตอบ หรือถามอะไรเขาอีก หมอโปรดจึงก้มลงประทับจูบที่ริมฝีปากบางอีกครั้ง ขบเม้มริมฝีปากบางทั้งบนและล่างอย่างดูดดื่ม

"พ่อโปรดครับ" น้องทีมที่เปิดประตูพรวดพราดเข้ามา

ทำให้ทั้งสองชะงัก แน่นิ่งทันที แล้วรีบละริมฝีปากออกจากกันทันที พร้อมกับจ้องหน้ากันอย่างเขอะเขิน ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ปิ่นลดาเลยผลักอกแกร่งของหมอโปรดออก ให้ลุขขึ้นจากตัวของเธอ

"พ่อโปรดนอนทับพี่ปิ่นทำไมครับ แล้วพ่อโปรดกัดปากพี่ปิ่นทำไม?" เสียงเล็กเอ่ยถามอย่างสงสัย ในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ

ปิ่นลดาที่ตอนนี้ อายจนหน้าแดงไม่รู้จะตอบยังไง ได้แต่จ้องหน้าหมอโปรด อย่างรอคำอธิบายให้แก่น้องทีม

"เอ่อ...คือ พี่ปิ่นดื้อครับ พ่อโปรดเลยทำโทษ" หมอโปรดเอ่ยแก้ตัวไปกับน้องทีม

"แล้วถ้าน้องทีมดื้อ...พ่อโปรดจะทำโทษน้องทีมเหมือนที่ทำกับพี่ปิ่นไหมครับ" เด็กขี้สงสัยยังเอ่ยถามต่อ

"เอาไว้น้องทีมโตเป็นผู้ใหญ่...น้องทีมจะเข้าใจเองนะครับ แต่ตอนนี้เราออกไปรอด้านนอกให้พี่ปิ่นอาบน้ำก่อนดีกว่านะครับ" เสียงนุ่มเอ่ยบอกเด็กชายตัวเล็กๆ พร้อมกับอุ้มขึ้นแล้วพาเดินออกนอก แล้วส่งสายตาไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียง ให้รีบลุกไปทำตามอย่างที่เอ่ยออกไป

สักพัก

ปิ่นลดาเดินออกมาจากห้อง ก็พบกับทั้งสองเตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว

"เอ้า...ยืนอยู่ทำไม รีบมาทานข้าวสิ" หมอโปรดเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นปิ่นลดา เอาแต่ยืนนิ่ง

ปิ่นลดาเดินไปนั่งลงอย่างว่าง่าย และรีบทานข้าวไปอย่างเงียบ โดยที่ไม่มีใครพูดอะไร เมื่อทานเสร็จปิ่นลดากำลังจะลุกเก็บถ้วยชามไปล้าง และทำความสะอาด

"จะทำอะไร?" เสียงเข้มเอ่ยถาม

"ก็ปิ่นจะเก็บถ้วยชามไปล้าง แล้วจะทำความสะอาดไงค่ะ" ปิ่นลดาตอบออกไป

"ใครอนุญาต...ฉันสั่งให้เธอทำเหรอ?" เสียงเข้มเอ่ยถาม

"มะ ไม่ค่ะ" เสียงสั่นเอ่ยตอบ

"ไม่สบาย...ก็ไปพักผ่อน ฉันจัดการเอง"

"แต่..."

"ไม่ได้ยินที่บอกเหรอ" หมอโปรดเลิกคิ้วมอง

"ค่ะ" ปิ่นลดาก้มหน้าตอบ และเดินออกไปตรงนั้นทันที

บ้านอัครโยธินนารัตน์

"คุณ...งานที่โรงพยาบาลยุ่งมากเหรอ?...ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นตาโปรดกลับมาบ้านบ้างเลย" นฤมล มารดาของหมอโปรดเอ่ยถามสามีอย่าง ปริญญ์ที่ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นลูกชายคนโตกลับมานอนที่บ้านบ้างเลย เพราะปกติ ชายหนุ่มจะกลับมานอนที่บ้าน เกือบทุกสัปดาห์ แต่นี้หลายเดือนเเล้วที่ลูกชายไม่กลับมาค้างที่บ้านเลย ผู้เป็นแม่เลยได้แต่สงสัย

"ลูกคงอยากมีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเองมั้ง...ลูกก็โตๆกันเเล้ว คุณก็ปล่อยไปบ้างเถอะ" ปริญญ์เอ่ยขึ้นบอกภรรยา

"เพราะโตนั้นแหล่ะคุณ...ดูสิ อายุปาไป สามสิบกว่าแล้ว ยังไม่ยอมคบใครเป็นจริงเป็นจัง เเล้วเมื่อไหร่ เราจะได้อุ้มหลานกันสักทีล่ะค่ะ" มฤมล เอ่ยอย่างน้อยใจลูกชาย

"เอาน่า...คุณลืมไปแล้วเหรอ ว่าลูกเป็นหมอ" ปริญญ์ เอ่ยบอก

"ฉันไม่คิดแค่ว่า...ลูกเป็นหมอ จะมีครอบครัวมีลูกตอนอายุเท่าไหร่ก็ได้ แต่ฉันคิดว่าลูกควรจะมีครอบครัวได้แล้ว เดี๋ยวมีลูกตอนแก่ โตไม่ทันใช้กันพอดี" นฤมลเอ่ยพร้อมกับบ่นขึ้นมาทันที

"เฮ้อะ...คุณนี้ก็น่ะ" ปริญญ์ได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อย

"ไม่ได้การแล้ว ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง" นฤมลเอ่ยพร้อมกับคิดอะไรในใจ

"คุณคิดจะทำอะไร...หยุดเลย ห้ามบังคับลูกไปดูตัวเด็ดขาดเลยนะ...เรื่องแบบนี้ให้ลูกได้ตัดสินใจเอง" ปริญญ์ เอ่ยดักทางภรรยา เอาไว้ก่อ เพราะเขาไม่ชอบการคลุมถุงชน

"ฉันเปล๊า...ฉันแค่จะแวะไปเยี่ยมดูลูกเฉยๆ เผื่อจะมีอะไรดีดีมาบ้าง ฉันคิดถึงลูกนะคุณ เย็นนี้ฉันจะไปหาลูกเสียหน่อย เผื่อจะเจออะไรดีดี อิอิ" นฤมลเอ่ยบอกกับสามี พร้อมเดินอารมณ์ดีเข้าไปยังครัว

ปริญญ์ได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อย โดยไม่เอ่ยอะไรต่อ ในเมื่อภรรยาเขาคิดจะทำอะไร เขาไม่เคยห้าม แต่มีเรื่องเดียวคือ เขาจะไม่ให้ใครมาบงการชีวิตของลูก และจับลูกคลุมถุงชนเด็ดขาด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป